<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://nakhonsawan.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://nakhonsawan.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[?น้ำท่วม ระดับไหนไม่ควร ขับรถลุยน้ำ และส่งเกิดผลเสียต่อรถคุณอย่างไร?]]></title>
<link>https://nakhonsawan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/44455</link>
<guid isPermaLink="false">6f5188212e472911bd74cb434c9efeca</guid>
<pubDate>Mon, 27 Sep 2021 16:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/t5/1.5/16/1f4cc.png" width="16" />น้ำท่วม ระดับไหนไม่ควร ขับรถลุยน้ำ และส่งเกิดผลเสียต่อรถคุณอย่างไร?</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแบบนี้ แน่นอนว่าการขับขี่ช่วงนี้ผู้ใช้รถต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังบนท้องถนนที่ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันที ซึ่งในกรณีนี้เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จำเป็นจะต้องเสี่ยง ขับรถลุยน้ำ ที่หลายคนย่อมมีความกังวลในเรื่อง ระดับน้ำที่ท่วมสูง ว่าจะสามารถลุยต่อได้หรือไม่ เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมา วันนี้เรามีวิธีการสังเกตระดับน้ำบนท้องถนน ว่าระดับน้ำเเค่ไหนที่ควรไปต่อแบบไหนที่ควรถอย เเละผลกระทบต่างๆ ที่เกิดจาก ขับรถลุยน้ำ ที่เกิดขึ้นกับรถของคุณ</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />ระดับน้ำ 5-10 เซนติเมตร เป็นระดับน้ำที่ท่วมน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย สามารถขับรถผ่านไปได้ โดยไม่มีความเสี่ยงต่อการเดินรถยนต์มากนัก แต่หลังจากลุยน้ำอาจจะเกิดสนิมขึ้นใต้ท้องรถ หากไม่มีการดูแลรักษา แต่ผู้ขับขี่ก็ควรมีสติ และใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นไม่ควรใช้ความเร็วสูงในการขับขี่ ฉะนั้นอาจจะให้เกิดอุบัติเหตุถนนลื่น สูญเสียการควบคุมได้</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">ระดับน้ำ 10-20 เซนติเมตร เป็นปริมาณน้ำที่น้ำท่วมขังแล้ว แต่รถทุกประเภทยังสามารถขับรถลุยน้ำได้ ขับผ่านไปได้สบายๆ โดยไม่มีปัญหาต่อเครื่องยนต์ แต่รถขนาดเล็กจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมใต้ท้องรถ และยังมีโอกาสที่เข้าจะไปในตัวรถ แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรใช้ความเร็ว และใช้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />ระดับน้ำ 20-40 เซนติเมตร เป็นรถระดับที่ค่อนข้างเสี่ยงกับรถเก๋ง รถขนาดเล็ก โดยปัจจุบันส่วนใหญ่ มักจะถูกออกแบบมาให้มีความสูงจากระดับพื้น 15 -17 เซนติเมตรเท่านั้น จึงทำให้การขับรถลุยน้ำระดับนี้ คงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากสำหรับรถเก๋งขนาดเล็ก อาจทำให้เกิดปัญหาท่อไอเสียจม แต่ก็ยังสามารถลุยน้ำผ่านไปได้ ไม่ควรใช้ความเร็ว ในส่วนรถกระบะก็ยังสามารถขับลุยน้ำไปได้</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />ระดับน้ำ 40-60 เซนติเมตร เป็นอันตรายกับรถเก๋งและขนาดกลางทุกประเภท ซึ่งปริมาณน้ำที่สูง ควรที่จะหลีกเลียงการขับลุยน้ำ แต่สำหรับรถที่มีความสูงอย่าง รถกระบะ ยังสามารถขับฝ่าไปได้ โดยแนะนำควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ให้ช้าลง เพื่อไม่ให้เกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหารถจากรถที่สวนมาในเลนตรงข้าม เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำจะกระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ และควรปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันพัดลมแอร์หน้ารถ ดูดเอาละอองน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์ดับ</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />ระดับน้ำ 60-80 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำที่เป็นอันตรายกับรถยนต์ทุกชนิด ไม่ควรที่จะขับลุยน้ำเด็ดขาด เนื่องจากน้ำจะไหลเข้าห้องเครื่องยนต์ ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับ และหยุดการทำงาน รวมถึงก่อให้เกิดความเสียหายในระบบต่างๆอีกด้วย</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">ระดับน้ำ 80 เซนติเมตร ขึ้นไป ระดับน้ำที่สูงสุดที่รถยนต์ทุกประเภท ที่ไม่สามารถจราจรไปได้ ในระดับนี้ท่วมถึงไฟหน้า และฝากระโปรงขึ้นมา ถือว่าเป็นปริมาณน้ำอันตรายต่อเครื่องยนต์</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />สิ่งที่ต้องรับมือเมื่อต้องขับรถลุยน้ำ</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">-ประเมินสถานการณ์ระดับน้ำ</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">-ปิดระบบการทำงานเครื่องปรับอากาศ และระบบไฟฟ้า</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">-ใช้เกียร์ต่ำ เลี้ยงรอบเครื่องไม่ให้ต่ำกว่า 1,500 -2,000 รอบต่อนาที หากเกินจะส่งผลให้เครื่องยนต์ดับ</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">-ไม่ควรเร่งเครื่อง</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">-ลดความเร็วขณะที่ขับรถสวนกัน</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">-เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />หากรถดับ ไม่ควรสตาร์ทรถ เพราะยิ่งสตาร์ทจะทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="?" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://www.facebook.com/images/emoji.php/v9/tc7/1.5/16/1f534.png" width="16" />หลังจากขับรถลุยน้ำควรตรวจเช็คการทำงานของระบบเบรกเป็นอันดับแรก โดยการขับให้ช้าลง และเบรกเป็นช่วงๆ เพื่อให้เบรก และดิสก์เบรกแห้งเร็ว ส่วนรถที่ใช้การทำงานดรัมเบรกจะแห้งช้ากว่า ควรเพื่อความระมัดระวังและขับขี่ให้ช้าลง อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ขับขี่บนท้องถนน ต้องประเมินสถานการณ์ของระดับน้ำ ไม่ว่าระดับประมาณน้ำจะท่วมสูงแค่ไหน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิตได้ ทั้งตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonsawan.prd.go.th/th/file/get/file/2021092754d9f9b73482904dd211e60da865f8d4164126.jpg' type='image/jpg' length='929023' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[-เคยสงสัยกันมั้ย เวลาที่ได้ยินคำถามว่า ข้าราชการคนนี้ C ไหน C อะไร จริงๆ แล้ว C (ซี) คืออะไร ⁉️]]></title>
<link>https://nakhonsawan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/33238</link>
<guid isPermaLink="false">94b9a993f0f0ddbaf87efbc3f9076ec1</guid>
<pubDate>Mon, 02 Aug 2021 21:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://nakhonsawan.prd.go.th/cms/s122/u310/215067702_276497964270467_350769.png" style="width: 600px; height: 338px;" /></p>

<p>C มาจากคำว่า Common Level หรือที่ภาษาราชการเรียกว่า ระดับมาตรฐานกลาง เป็นการกำหนดระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 โดยมีทั้งหมด 11 ระดับ (C1 ถึง C11) ซึ่งจำแนกตามความยากและคุณภาพของงาน</p>

<p>ในปัจจุบัน &ldquo;ไม่ได้ใช้ระบบซีแล้ว&rdquo; โดยเปลี่ยนมาใช้ประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า &ldquo;ระบบแท่ง&rdquo; มีรายละเอียดต่อไปนี้</p>

<p>ประเภทตำแหน่งข้าราชการพลเรือน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่</p>

<p>1. ประเภทบริหาร : ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กรม</p>

<p>2. ประเภทอำนวยการ : ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรม</p>

<p>3. ประเภทวิชาการ : ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา</p>

<p>4. ประเภททั่วไป : ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทบริหาร ตำแหน่งประเภทอำนวยการ และตำแหน่งประเภทวิชาการ</p>

<p>โดยแต่ละประเภทจะมีการกำหนดระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญดังนี้</p>

<p>1. ประเภทบริหาร มี 2 ระดับ คือ ระดับต้น (รองอธิบดีกรมการปกครอง) และระดับสูง (อธิบดีกรมการปกครอง)</p>

<p>2. ประเภทอำนวยการ มี 2 ระดับ คือ ระดับต้น (นายอำเภอ/ผอ.กองคลัง/ผอ.กองการสื่อสาร/เลขานุการกรม) และระดับสูง (ปลัดจังหวัด/นายอำเภอ/ผู้ตรวจราชการกรม/ผอ.สำนัก/อธิการวิทยาลัยการปกครอง/ผอ.กอง)</p>

<p>3. ประเภทวิชาการ มี 5 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ (กรมการปกครอง มีตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ เฉพาะในส่วนกลาง และไม่มีตำแหน่งระดับทรงคุณวุฒิ)</p>

<p>4. ประเภททั่วไป มี 4 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ (กรมการปกครอง ไม่มีตำแหน่งระดับทักษะพิเศษ)</p>

<p>จากบทความข้างต้น เพื่อนๆ คงได้คำตอบกันแล้ว หากอยากรู้ว่าแต่ละประเภทตำแหน่ง หรือแต่ละแท่ง ในกรมการปกครอง (ส่วนภูมิภาค) มีตำแหน่งอะไรบ้าง เพื่อนๆ สามารถดูตามภาพประกอบได้เลยค่ะ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonsawan.prd.go.th/th/file/get/file/20210802cf420c0a5da0ae1ed23f7ad820d5eef9213133.png' type='image/png' length='583785' />
</item>
</channel>
</rss>
